เกษตรนอกฤดู..กลยุทธ์เพื่อการตลาด โดย ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์

ปีหนึ่งมี 12 เดือน หรือ 365 วัน จัดเป็นรอบใน 1 ปีที่ถูกกำหนดโดยการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าจะมี
ฤดูกาลเกิดขึ้นในแต่ละช่วงก็จะมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ ซึ่งการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก นอกจากจะทำ
ให้เกิดฤดูร้อน ฝน หนาว แล้ว ยังทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับพืช อันได้แก่ การออกดอกออกผล ซึ่งเรามักได้ยินกันจนคุ้นหูว่า
การออกดอกออกผลตามฤดูกาล ปัจจุบันมีพืชหลายชนิดที่สามารถออกนอกฤดู ที่เรียกว่า “ทะวาย” ซึ่งเกิดจากการใช้สายพันธุ์
ใหม่ที่ปรับปรุงขึ้นมา หรือใช้เทคนิคต่างๆ แต่เดิมเราจะกินผลไม้ตามฤดูกาล แต่มาถึงปัจจุบันนี้มีผลไม้หลายชนิดสามารถหากินได้
ตลอดปี เรื่องของการออกดอกตามฤดูกาลนี้ส่วนใหญ่แล้วจะถูกกำหนดโดย แสง อุณหภูมิ ความชื้น ถ้าเป็นการออกดอกออก
ผลตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันเกษตรกรสามารถบังคับการออกดอกออกผลได้ตามความต้องการ ซึ่งจะเห็นได้จากการผลิตลำไย
นอกฤดูของหมู่เฮาชาวเหนือการบังคับเพื่อให้ได้ลำไยนอกฤดูกาลนี้ จะเป็นแนวทางที่จะสามารถกำหนดให้ช่วงเวลาที่ได้ผลผลิตตรงกับความต้องการของตลาดที่ได้ราคา แต่อย่างว่าแหละการทำให้เกิดการออกดอกออกผลนอกฤดูนี้ ในหลายกรณีก็มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่เกษตรกรจำเป็นต้องลงทุนสูงกว่าการออกดอกตามฤดูกาล สำหรับเกษตรกรชาวเหนือแล้วยังมีผลไม้อีกหลายชนิด โดยเฉพาะลำไยก็สามารถที่จะใช้เทคนิคเหล่านี้ได้ แต่ต้องมีฝีมือหน่อยถึงจะได้ผล

การออกดอกออกผลตามฤดูกาล…เรื่องธรรมชาติของพืช :
โดยปกติแล้วพืชที่เราปลูกกันทั่วไปนั้น จะมีการปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดการพักตัว การแตกใบใหม่ หรือการออก
ดอกออกผล ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเมื่อพืชมีการสะสมอาหารได้อย่างเหมาะสม และมีปัจจัยภายนอกในเรื่องของแสงแดด ความชื้น
ฝน และอุณหภูมิ ก็จะมีการออกดอกออกผล โดยทั่วไปแล้วก็ยังมีพืชหลายชนิด โดยเฉพาะไม้ผลก็จะมีการออกดอกออกผลปี
ละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาที่เหมาะสมแต่ละพืช ต่อจากนั้นก็จะมีการพักตัวเพื่อสะสมอาหาร และมีการออกดอกใหม่ในปีต่อไป พืช
ที่เด่นชัดที่สุด คือ ลำไย จะเห็นได้ว่าหมู่เฮาชาวเหนือในสมัยก่อนนี้ เรามีลำไยกินกันปีละครั้ง ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-
สิงหาคม ไปไหนมาไหนก็จะเห็นแต่ลำไยเต็มไปหมด ลำไยจัดเป็นพืชเศรษฐกิจของชาวเหนือมาช้านาน โดยเมื่อประมาณ 10 กว่า
ปีมานี้ เฮาก็เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างหนึ่ง นั่นคือ ลำไยขาดตลาด ได้มีการออกดอกออกผลตามฤดูกาลก็เลยไม่มีลำไยกินกันใน
ช่วงนั้น หากใครมีลำไยก็ได้ขายเพราะมีราคาสูงโดยธรรมชาติแล้วพืชจะตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม และองค์ประกอบภายในของตัวเองเป็นหลักถึงจะมีการออกดอกออกผล ตัวอย่างที่สำคัญก็คือ ในอดีตเราจะมีการทำนากันปีละครั้ง ซึ่งจำเป็นต้องปลูกในเวลาที่กำหนดและเก็บเกี่ยวในเวลาที่กำหนด ในสมัยก่อนนั้นเราจึงมีฤดูกาลที่เป็นเรื่องเป็นราวชัดเจนกว่าสมัยนี้ การออกดอกของข้าวที่แน่ๆก็คือ ขึ้นอยู่กับแสงแดด ซึ่งเป็นช่วงความยาวนานของแสงในรอบวัน หรือที่เกษตรกรเรียกว่า “ช่วงแสง” ข้อกำหนดดังกล่าวจึงทำให้ชาวนาในสมัยก่อนต้องการปฏิทินปลูกถึงจะได้ผล ต่อมาก็ได้มีการค้นคิดว่าปลูกข้าวแบบเดิม ก็คงต้องทำได้แค่ปีละครั้ง จึงได้มีการปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ เรียกว่าข้าวไม่ไวแสง คือ ปลูกเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วนับวันเก็บเกี่ยว จึงทำให้เกิดมีการปลูกข้าวแบบนาปี และนาปรังอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดและยังถูกกำหนดโดยธรรมชาติ ก็คือ พืชผลบางชนิด เช่น ลิ้นจี่ ปัจจุบันก็ยังมีการออกดอกออกผลตามฤดูกาลเป็นส่วนใหญ่ การออกดอกออกผลของพืชนั้นธรรมชาติเป็นตัวกำหนด จึงทำให้เกิดภาวะที่อาจเรียกได้ว่าเหมาะสมกับมนุษย์ เพราะเชื่อได้ว่าการออกดอกออกผลตามฤดูกาลนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ ซึ่งจะเกิดความกระจายให้มนุษย์มีกินมีใช้ตลอดปี แต่ข้อดีของประเทศไทยอย่างยิ่งก็คือ ทำให้มีของกินตลอดปีสลับกันไปตามฤดูของพืชผล ดังจะเห็นได้จากอดีตที่เรามีฤดูกาลของเงาะ ลำไย ทุเรียน วิถีชีวิตของเกษตรกรก็จะอาศัยดูปฏิทินและทำตามสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ การออกดอกออกผลตามฤดูกาลนี้จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องดี แต่ในการดำเนินชีวิตของเกษตรกรในปัจจุบัน เรื่องของการออกดอกออกผลตามฤดูกาล อาจเป็นข้อจำกัดที่สำคัญก็คือ เรื่องของการกระจายตัวของการตลาดและการผลิต การทำนานอกฤดูจึงเป็นมิติที่ถือได้ว่า อยู่ในความสนใจของภาคการเกษตรอย่างยิ่ง

การออกดอกออกผลนอกฤดู….กับเกษตรกรชาวเหนือ :
พืชปลูกในภาคเหนือมีมากมายหลายชนิด หมู่เฮาชาวเหนือเป็นภูมิภาคที่มีการผลิตทั้งพืชไร่ พืชสวนในปริมาณมาก การใช้เทคนิค
หรือพันธุ์พืชที่สามารถออกดอกออกผลนอกฤดูกาลนั้น เริ่มปฏิบัติกันมาช้านาน ที่มีตัวอย่างเห็นได้ชัด คือ การใช้ข้าวพันธุ์ไม่ไว
แสง ซึ่งสามารถทำให้ชาวเหนือมีข้าวปลูกที่ให้ผลผลิตได้ทั้งปี เพียงแต่นับวันปลูกและวันเก็บเกี่ยว พูดง่ายๆก็คือ ข้าวสมัยใหม่
ปลูกเมื่อไหร่ก็ได้ โดยใช้อายุเป็นหลัก มองใกล้ตัวมาอีกนิดหนึ่ง คือ พืชผลที่สำคัญของชาวเหนือ ก็คือพืชผลลำไย ที่มาของลำไย
นอกฤดูกาลนั้นจะว่าไปแล้วพึ่งมีการค้นพบมา 20 กว่าปีนี้เอง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ลำไยขาดตลาด เพราะในปีนั้นลำไยไม่ออกดอกออก
ผลจัดเป็นวิกฤติ แต่โชคดีที่ทำให้เกิดโอกาสขึ้นมานี้ ถือมีการค้นคิดเรื่องการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ในวง
การเกษตร ที่เกษตรกรสามารถบังคับการออกดอกของลำไยได้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีการบังคับการออกดอกของลำไย เพื่อให้ได้
ผลผลิตลำไยนอกฤดูกาลตามความต้องการภายใต้เงื่อนไข เวลา และปริมาณ ขบวนการทางสรีระวิทยาของลำไยก็ยังไม่มีการชี้ชัด
ว่ามีกระบวนการปฏิกิริยาเคมีอย่างไร ที่สามารถทำให้ลำไยเปลี่ยนจากตาใบเป็นตาดอก เรื่องของการทำลำไยนอกฤดู จึงเป็นต้นแบบสำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดอื่น แต่ก็ยังถือได้ว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับการผลิตลำไยการผลิตพืชโดยเฉพาะไม้ผลยืนต้น เพื่อให้มีการออกดอกนั้น อาจใช้พันธุ์ที่มีการปรับปรุงขึ้นมาก็ได้ แต่ที่ประสบความสำเร็จก็คงเป็นเรื่องของการใช้สารเคมี และเทคนิคบางประการ ปัจจุบันมีพืชอีกหลายชนิดที่สามารถบังคับการออกดอกตามใบสั่งได้เช่น สับปะรด และมะม่วง ในส่วนของสับปะรด จะเห็นได้ว่า มีการบังคับโดยใช้สารเร่งดอก ซึ่งทำให้เกษตรกรสามารถกำหนดเวลาการออกดอกและขายผลผลิตตามความต้องการ พูดง่ายๆก็คือ เกษตรกรสามารถกำหนดตามใบสั่งได้ 100%

ข้อได้เปรียบของการผลิตเกษตรนอกฤดู :
ถ้าจะถามว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องทำให้พืชผลเกษตรมีการออกดอกออกผลนอกฤดู ก็คงไม่จำเป็นมากนักแต่ถ้ามองถึง
เรื่องของการกำหนดราคาก็กล่าวได้ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เรื่องของลำไยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดของเกษตรชาวเหนือ ซึ่งปัจจุ
บันสามารถบังคับการออกดอกออกผลได้ตามความต้องการ ข้อได้เปรียบประการหนึ่งก็คือ ผลไม้ที่ออกนอกฤดูนั้น ส่วนใหญ่จะมีราคาดีกว่าผลไม้ตามฤดูกาล สาเหตุประการหนึ่งก็คือ การออกดอกนอกฤดูกาลนั้นจะไม่ชนกับการผลิตในฤดูที่มีปริมาณมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วว่า ของกินของใช้ถ้ามีน้อยราคาย่อมสูงการผลิตภาคเกษตรนอกฤดูยังช่วยทำให้การกระจายสินค้าถูกต้องตามความต้องการของตลาด ซึ่งเกษตรกรสามารถที่จะวางแผนเพื่อกำหนดการปลูก การผลิตให้ถูกต้องตามผู้ซื้อหรือผู้บริโภคจึงเท่ากับว่าเป็นการสร้างความมั่นคง ในเรื่องของตลาดรับซื้อสินค้า การทำผลไม้นอกฤดูการโดยเฉพาะลำไยของชาวเหนือ น่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถทำได้ แต่ต้องมีการวางแผนทั้งระบบ ที่ไม่ใช่เฉพาะของตัวแต่ละเกษตรกรแต่ละแห่ง ในเรื่องนี้จำเป็นจะต้องหาคนกลาง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือหน่วยงานใดที่มาควบคุมภาครัฐและจัดสรรการปฏิบัติของเกษตรกรตามเวลาและปริมาณ ที่สำคัญก็คือ การบังคับผลผลิตเกษตรนอกฤดูนี้สามารถมีการวางแผนหรือการซื้อ-ขายล่วงหน้าได้

เรื่องของการทำการเกษตรเพื่อให้ออกดอกออกผลฤดูกาลนี้ จึงเป็นเรื่องของการเกษตรแบบใหม่ ถือเป็นการทำการเกษตร
ที่น่าสนใจจริงๆ

โดย ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์
http://mis.agri.cmu.ac.th/person/view_person_detail.asp?id=0187

ที่มา : kaset.pw

ขอขอบคุณรูปภาพ:  kaset.pw

1ไร่1แสน

รุ่น 11/2556 ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.